
บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
หรือ BVG เดิมชื่อบริษัท อีเอ็มซีเอส ไทย จํากัด ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2543 มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการจัดการสินไหมทดแทนรถยนต์ ครบวงจร หรือที่รู้จักกันดีในชื่อระบบ EMCS
ปัจจุบัน BlueVenture Group คือกลุ่ม InsurTech ที่ให้บริการดิจิทัล เซอร์วิส โซลูชั่น ระบบแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน และบริการเฉพาะทางที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมให้ดียิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้านําข้อมูลมาประมวลผลอย่างถูกต้องแม่นยําให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งยังสร้างสรรค์ระบบที่ดีก่อประโยชน์ให้กับโดยรวม สู่การขยาย Network ที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมบริการใหม่ๆ ที่สมบูรณ์ยิงขึ้น นอกจากนี้บริษัทฯได้ยึดมั่นการดําเนินธุรกิจโดยคํานึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลอย่างต่อเนื่องพร้อมให้ความสําคัญกับความปลอดภัยทุกข้อมูลของลูกค้าในระดับมาตรฐานสากลเสมอเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
ภาพรวมการประกอบธุรกิจของบริษัท
บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “BVG”) เดิมชื่อบริษัท อีเอ็มซีเอส ไทย จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2543 ด้วยทุนจดทะเบียนและชำระแล้วเริ่มแรกจำนวน 10 ล้านบาท เกิดจากการร่วมทุนกันระหว่าง บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) (“THRE”) บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (“THREL”) บริษัท แพคโททอล โซลูชั่น เอสดีเอ็น. บีเอชดี. ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติมาเลเซีย และนายธงไชย ภาณุมาภรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการระบบแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันด้านจัดการค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ครบวงจร โดยระบบที่ให้บริการคือระบบ EMCS (Electronic Motor Claim Solotion)
- ปี 2560 THRE ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทฯจากร้อยละ 25.00 เป็นร้อยละ 100.00 ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นโอกาสในการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันสำหรับระบบบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจากประกันภัยรถยนต์อย่างครบวงจร (ระบบ EMCS) จึงเข้าซื้อหุ้นจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมด
- ปี 2564 กลุ่มบริษัทได้ดำเนินการปรับโครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มบริษัทเสร็จสิ้น โดยมีการรับโอนบริษัทย่อยอื่นๆ จาก THRE ประกอบด้วย BVTPA BVA และซื้อบริษัท BVTECH จาก BVTPA โดยบริษัทมีการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในกลุ่มเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการแบ่งธุรกิจของบริษัทในกลุ่ม เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการและเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อเตรียมตัวในการนำบริษัท BVG เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
- ปี 2565 บริษัทฯ แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และดำเนินการเปลี่ยนชื่อบริษัท โดยใช้ชื่อว่า เป็นชื่อ “บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)” มีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของหุ้นสามัญจากหุ้นละ 5.00 บาท เป็นหุ้นละ 0.50 บาท และเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เป็น 225.00 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 450.00 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
- ปี 2566 บริษัทฯ ได้ออกและเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไปครั้งแรก (Initial Public Offering) จำนวน 157.50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ในตลาดรองของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “BVG”
บริษัทฯ ถือเป็นรายแรกและเป็นผู้นำในการประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจากประกันภัยรถยนต์ (“ระบบ EMCS”) ในประเทศไทยด้วยความเชี่ยวชาญในด้านพัฒนาแพลตฟอร์มโซลูชันสำหรับธุรกิจประภัยรถยนต์ ระบบนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ครอบคลุมกระบวนการและเชื่อมต่อห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจประกันภัยรถยนต์ ทำให้สามารถให้บริการระบบแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันในการจัดการค่าสินไหมทดแทนประกันภัยรถยนต์แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นของการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ การพิจารณาค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนถึงกระบวนการปิดจบงานจัดการค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพลตฟอร์มหลักของบริษัทฯ ได้แก่ ระบบบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ (e-Claim) ซึ่งเป็นระบบสำหรับการบันทึกข้อมูลผู้เอาประกันภัย กรมธรรม์ และความเสียหายของรถยนต์ และสามารถทำการเสนอและอนุมัติราคาค่าซ่อม ตลอดจนวางใบแจ้งหนี้ได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ขยายการให้บริการระบบแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันเพื่อให้ครอบคลุมทุกกระบวนการอื่นของธุรกิจประกันภัยรถยนต์ เช่น ระบบจัดซื้ออะไหล่ (e-Part) ระบบบริหารงานภายในอู่ซ่อมสำหรับลูกค้าเงินสด (e-Garage) ระบบบริหารจัดการงานสำรวจภัยอุบัติเหตุรถยนต์ (M-Survey) และโมบายแอปพลิเคชันสำหรับผู้เอาประกันภัย (CarMate) เป็นต้น ปัจจุบันบริษัทฯ เป็นผู้นำของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจากประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ในประเทศไทย โดยมีฐานลูกค้าที่เป็นบริษัทประกันภัยมากที่สุดในประเทศ และปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากบริษัทประกันภัยที่มีการรับประกันภัยรถยนต์มากที่สุด ทำให้บริษัทฯ มีความได้เปรียบในการแข่งขันและมีโอกาสในการสร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีธุรกิจให้บริการด้านสนับสนุนการปฏิบัติงานแก่ธุรกิจประกันภัย โดยดำเนินการผ่านบริษัทย่อยจำนวน 3 บริษัท ซึ่งบริษัทถือหุ้นในบริษัทย่อยทั้ง 3 บริษัทในสัดส่วนร้อยละ 100.00 ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว ดำเนินการผ่านบริษัท บลูเวนเจอร์ทีพีเอ จำกัด 1 บริษัท และกิจการร่วมค้า 2 บริษัท ที่บริษัทถือหุ้นตามสัดส่วน ได้แก่
- บริษัท บลูเวนเจอร์ ทีพีเอ จำกัด (“BVTPA”) เดิมชื่อบริษัท ไทยรี เซอร์วิสเซส จำกัด จัดตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2549 เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลและสินไหมทดแทน รวมถึงการให้คำปรึกษาแนะนำที่เกี่ยวข้อง ผ่านแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน (บริการ Third Party Administration หรือ บริการ TPA) ซึ่งเป็นการให้บริการสนับสนุนการปฏิบัติงานของธุรกิจประกันภัยและบริษัทเอกชน (Outsourcing Service Solution) นอกจากนี้ มีธุรกิจจัดอบรมด้านประกันภัยแก่บริษัทประกันภัยทั่วไป และการบริการสนับสนุนการปฏิบัติงานอื่นๆ แก่บริษัทในกลุ่ม BVG รวมทั้ง THRE และ THREL
- บริษัท บลูเวนเจอร์ แอคชัวเรียล จำกัด (“BVA”) เดิมชื่อบริษัท ไทยรี แอคชัวเรียล คอนซัลติ้ง จำกัด จัดตั้งขึ้นในเดือนมกราคม 2554 เพื่อดำเนินธุรกิจให้คำปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย
- บริษัท บลูเวนเจอร์ เทค จำกัด (“BVTECH”) เดิมชื่อบริษัท ไทยรี อินโนเวชั่น จำกัด จัดตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม 2559 ดำเนินธุรกิจให้บริการนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้บริการพัฒนาแพลตฟอร์ม และให้บริการให้คำปรึกษาและบำรุงรักษาระบบ เป็นต้น
- บริษัท แคมโบเดียรี บลูเวนเจอร์ จำกัด จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2566 เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลและสินไหมทดแทน รวมถึงการให้คำปรึกษาแนะนำที่เกี่ยวข้อง ผ่านแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันในประเทศกัมพูชา โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49.00 ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว
- บริษัท บลูเวนเจอร์ เอชซีเอ็ม จำกัด จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บลูเวนเจอร์ ทีพีเอ จำกัด โดยจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจเกี่ยวกับการบริการด้านสุขภาพ ด้วยทุนจดทะเบียน 10,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท มีบริษัท บลูเวนเจอร์ ทีพีเอ จำกัด ถือหุ้นในบริษัทย่อยในสัดส่วนร้อยละ 100
อนึ่ง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2567 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ได้มีมติในการเข้าร่วมลงทุนตามสัดส่วน ระหว่างบริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (สัดส่วนการถือหุ้น 35%) บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (สัดส่วนการถือหุ้น 35%) บริษัท ไซเท็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (สัดส่วนการถือหุ้น 20%) และบริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) (สัดส่วนการถือหุ้น 10%) ในการจัดตั้งบริษัทแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ บริษัท ดาต้า เทค ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด เพื่อร่วมดำเนินธุรกิจพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อเพื่ออู่ซ่อมรถยนต์ (Garage Lending) ให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับ TPA ให้บริการให้คำปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการด้านสินไหมสำหรับงาน Cyber Insurance และ/หรือดำเนินธุรกิจด้าน Carbon Credit expert โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดจากความเชี่ยวชาญของบริษัทร่วมทุน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งบริษัท
ในปัจจุบัน กลุ่มบริษัทได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ให้เข้ากับรูปแบบการบริการของกลุ่มบริษัท อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพในผลิตภัณฑ์และการให้บริการ และเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้เติบโตในอนาคต โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาเทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลา ลดขั้นตอน ลดต้นทุนในการจัดการค่าสินไหมทดแทน และลดต้นทุนให้แก่ลูกค้าของกลุ่มบริษัทได้ นอกจากนี้ BVTPA ได้พัฒนาโมบายแอปพลิเคชันแพลตฟอร์ม (TPA Care Appplication) เพื่อให้ผู้ใช้บริการ TPA (บริษัทประกันภัยและองค์กรทั่วไปที่บริหารจัดการสวัสดิการพนักงานด้วยตนเอง (Self-Insured)) สามารถเชื่อมต่อและนำไปให้บริการแก่ผู้ถือกรมธรรม์ได้ทันที ซึ่งช่วยให้ลดระยะเวลา ลดขั้นตอน และลดต้นทุนแทนการพัฒนาด้วยตนเอง