- วันที่ 8 – 10 กุมภาพันธ์ 2566 บริษัทได้ออกออกและเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไปครั้งแรก (Initial Public Offering) จำนวน 157.50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
- บริษัทจดทะเบียนทุนชำระแล้วที่กระทรวงพาณิชย์ เป็นจำนวน 225.00 ล้านบาท
- วันที่17 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นวันซื้อ-ขายวันแรกในตลาดรองของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “BVG”
- เปลี่ยนชื่อจาก EMCS เป็น BVG / จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน / เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น225ลบ./ ปรับ Par 0.5 บาทต่อหุ้น
- เปลี่ยนชื่อจาก THRES THREA THREI เป็น BVTPA BVA BVTECH ตามลำดับ
- BVA ร่วมมือกับ BVTECH ในการให้บริการพัฒนาและติดตั้งระบบคำนวณและบันทึกบัญชีให้กับบริษัทประกันภัยตามมาตรฐาน IFRS 17
- เริ่มให้บริการ AI Review เดือน ธ.ค.
- ปรับโครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มบริษัท และเพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วเป็น 180 ลบ.
- บริษัทฯ ได้ตกลงจ้าง บริษัทสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นชั้นนำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI แห่งหนึ่ง พัฒนาและนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI มาพัฒนาใช้ในการประมวลผลการพิจารณาในกระบวนการอนุมัติซ่อมและอนุมัติค่าสินไหมทดแทนประกันภัยรถยนต์ (AI Review) และการประเมินราคาค่าซ่อม (AI Estimate) ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานการตัดสินใจอนุมัติซ่อม หรือ ประเมินราคาค่าซ่อมได้อย่างรวดเร็ว โดยระบบ AI Review และ AI Estimate จะนำมาเสริมในระบบ EMCS เดิมของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบให้มากยิ่งขึ้น
- ขยายบริการไปยังกลุ่มลูกค้า Self-Insured
- ก่อตั้ง BVTECH
- ขยายบริการระบบ Carmate, M-Survey, e-Claim
- บริษัทฯ ได้พัฒนาและเริ่มให้บริการระบบแพลตฟอร์มบริหารงานภายในอู่ซ่อมสำหรับลูกค้าเงินสด (e-Garage) เพื่อให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่มอู่ซ่อมรถ ซึ่งช่วยอู่ซ่อมรถในการบริหารจัดการงานซ่อมภายในอู่จัดการค่าสินไหมประกันภัยรถยนต์ และรองรับงานซ่อมกรณีสำหรับลูกค้าของอู่ซ่อมรถที่ไม่มีประกันภัยรถยนต์
- บริษัทฯ ได้ขยายการให้บริการระบบแพลตฟอร์มบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ (e-Claim) ไปยังลูกค้ากลุ่มศูนย์บริการรถยนต์
- เริ่มให้บริการระบบจัดซื้ออะไหล่ e-Part
- เริ่มให้บริการระบบ e-Claim
- ก่อตั้งบริษัทฯ เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการระบบฐานข้อมูลด้านจัดการค่าสินไหมทดแทนรถยนต์ครบวงจร โดย THRE ถือหุ้น 25%